การใช้มัลติมีเดีย
 

การใช้มัลติมีเดีย
       ในช่วงแรกเว็บเพจสามารถแสดงได้เพียงข้อความและรูปภาพธรรมดา แต่ปัจจุบันได้มี การคิดค้นวิธีที่จะขยายความสามารถของเว็บเพจให้แสดงภาพเคลือนไหว และกราฟิก แอนิเมชั่นต่างๆ ทั้ง 2 มิติ และ 3 มิติ ที่สามารถโต้ตอบกับผู้ใช้ได้ โดยมีเทคโนโลยีต่างๆ เช่น Java applet, Shockwave, Flash ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีต่างๆนี้ได้กลายเป็นมาตรฐาน ของเว็บเพจ Macromedia Flash เป็นซอฟต์แวร์ที่ช่วยในการสร้างสื่อมัลติมีเดีย กราฟิก สำหรับงานเว็บ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท Macromedia เจ้าแห่งผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ด้าน มัลติมีเดียเช่น Authoreware และผลิตภัณฑ์สำหรับงานเว็บ เช่น Dreamweaver ผลงาน ที่พัฒนาด้วย Flash มีทั้งสื่อภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว สื่อมัลติมีเดีย ตลอดจนสื่อที่มีระบบ โต้ตอบกับผู้ใช้ (Interactive Multimedia) ซึ่งเป็นสื่อที่มีขนาดเล็ก โหลดผ่านเว็บเบราเซอร์ ได้รวดเร็ว มีความคมชัดสูงแม้ว่าจะถูกขยายขนาด ทั้งนี้สามารถนำเสนอได้ทั้งบนเว็บ หรือผ่านโปรแกรม Flash Player หรือสร้างเป็น exe file เพื่อเรียกใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถแปลงไฟล์ไปอยู่ในฟอร์แมตอื่นได้ด้วย เช่น Animation Gif, AVI, QuickTime Java เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ถูกพัฒนาโดยบริษัท Sun Microsystems ที่ทำให้ผู้สร้างเว็บสามารถเขียนโปรแกรมขนาดเล็กที่ทำงานร่วมกับเว็บเพจได้ เช่น
Java Applet เป็นโปรแกรมที่สร้างมาจากภาษา java มีหน้าที่ทำงานหลายด้าน เช่น ใช้สร้างเกม หรือภาพเคลื่อนไหว Java Applet เป็นโปรแกรมเล็กๆ ที่ฝังอยู่ในเว็บเพจ ซึ่งจะถูก download มาพร้อมๆกัน แล้วมาประมวลผล, ทำงาน และแสดงผลอยู่ใน ตัว Browser ซึ่ง Browser ที่จะใช้งาน applet ได้ ก็จะต้องมี JVM อยู่ในตัว Browser Java applet สามารถที่จะสร้าง ส่วนประกอบที่ติดต่อกับ GUI ใน browser ขึ้นมาได้ Java Script เป็นโปรแกรมที่ทำงานเป็น Script เล็กๆ ใช้งานง่าย ทำงานโดย ตัวโปรแกรมคำสั่ง อยู่ใน Source code ของเว็บเพจ ที่นำมาพัฒนาลูกเล่นต่างๆได้บนเว็บเพจ เช่น สร้างวันที่, การโต้ตอบระหว่างผู้ใช้ เป็นต้น

ไฟล์เสียง (Sound)
       ไฟล์เสียงที่สามารถนำมาใช้ในเว็บเพจมีหลายชนิด ซึ่งแต่ละชนิดมีข้อดี ข้อเสียแตกต่างกัน อีกทั้งยังต้องการโปรแกรมเสริม (Plugin) ในการแสดงผลที่เพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานได้ด้วย
รูปแบบของไฟล์เสียง
       1 .midi หรือ .mid (Musicical Instrument Digital Interface) เป็นรูปแบบสำหรับเพลง บรรเลง สามารถเรียกใช้ได้ในเว็บบราวเซอร์ส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม (Plugin) โดยทั่วไปเป็นไฟล์ที่มีคุณภาพดี แต่จะขึ้นอยู่กับการ์ดเสียงว่ามีคุณภาพใน การแปลงเสียงเพียงไร
       2 .Wav (Waveform Extension) เป็นไฟล์ที่มีคุณภาพเสียงดี สามารถเรียกใช้ได้ใน เว็บบราวเซอร์ส่วนใหญ่ โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม (Plugin) แต่ไฟล์มีขนาดใหญ่
       3 .aif (Audio Interchange File Format, หรือ AIFF) เป็นไฟล์รูปแบบคล้ายไฟล์ชนิด Wav มีคุณภาพเสียงดี สามารถเรียกใช้ได้ในเว็บบราวเซอร์ส่วนใหญ่ ไม่ต้องติดตั้งโปรแกรม เสริม แต่ไฟล์มีขนาดใหญ่
       4 .Mp3 (Motion Picture Expert Group Audio หรือ MPEG-Audio Layer-3) เป็นรูปแบบ ไฟล์ถูกบีบอัดให้มีขนาดเล็กลง โดยยังคงคุณภาพเสียงดี แต่ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม (Plugin) เช่น Quicktime , Windows Media Player หรือ Real Player ในการแสดงผล ใช้เทคโนโลยี Streaming ในการทะยอยแสดงผล โดยไม่ต้องรอให้อ่านไฟล์เสียงจนหมด เสียก่อน
       5 .re , .ram , .rpm หรือ Real Audio เป็นรูปแบบไฟล์ถูกบีบอัดให้มีขนาดเล็กลงมากกว่า MP3 แต่คุณภาพเสียงยังด้อยกว่า MP3 เล็กน้อย ต้องติดตั้งโปรแกรมเสริม (Plungin) เช่น Real Player ในการแสดงผล และใช้เทคโนโลยี Streaming เช่นเดียวกันกับ MP3 แตกต่างกัน

ไฟล์ภาพยนตร์
       นับเป็นสื่ออีกรูปหนึ่งที่นิยมใช้กับเทคโนโลยีมัลติมีเดีย เนื่องจากสามารถแสดงผลได้ทั้ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงไปพร้อมๆกัน ทำให้เกิดความน่าสนใจในการนำเสนอ ทั้งนี้มีหัวข้อ ที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
รูปแบบของไฟล์ภาพยนตร์
       1. AVI (Audio / Video Interleave) เป็นฟอร์แมตที่พัฒนาโดยบริษัทไมโครซอฟต์ เรียกว่า Video for Windows มีนามสกุลเป็น .avi ปัจจุบันมีโปรแกรมแสดงผลติดตั้ง มาพร้อมกับชุด Microsoft Windows คือ Windows Media Player
       2. MPEG - Moving Pictures Experts Group รูปแบบของไฟล์ที่มีการบีบอัดไฟล์ เพื่อให้มีขนาดเล็กลง โดยใช้เทคนิคการบีบข้อมูลแบบ Inter Frame หมายถึง การนำ ความแตกต่างของข้อมูลในแต่ละภาพมาบีบ และเก็บ โดยสามารถบีบข้อมูลได้ถึง 200 : 1 หรือเหลือข้อมูลเพียง 100 kb/sec โดยคุณภาพยังดีอยู่ มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดย MPEG-1 มีนามสกุล คือ .mpg
       3. Quick Time เป็นฟอร์แมตที่พัฒนาโดยบริษัท Apple นิยมใช้นำเสนอข้อมูลไฟล์ผ่าน อินเทอร์เน็ต มีนามสกุลเป็น .mov

          


  กลับหน้าบทเรียน